ใช้ห้องแต่งตัว walk in closet ให้คุ้มค่ากับสิ่งที่หามาอยู่เต็มห้อง

การออกแบบห้องแต่งตัว walk in closet

ห้องแต่งตัว หรือ walk in closet หมายถึง พื้นที่หรือห้อง ที่ติดกับห้องนอน เป็นพื้นที่ปิดที่ใช้สำหรับเก็บของ เสื้อผ้า และอุปกรณ์เครื่องแต่งกายต่างๆ การที่ได้มี walk in closet ในบ้าน จะช่วยให้คุณมีพื้นที่จัดสรรค์ จัดเก็บเสื้อผ้าได้อย่างเป็นระเบียบ สามารถแยกประเภท ให้ง่ายและสะดวกกับการหยิบใช้งานในชีวิตประจำวัน สามารถออกแบบให้มีการใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่น

สิ่งที่ควรคำนึงถึง ในการออกแบบ ห้องแต่งตัว walk in closet

ก่อนที่จะเริ่มทำการออกแบบ ห้อง walk in closet นี้ สิ่งที่ควรรจะคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือ ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ จำนวน ปริมาณ ขนาดสิ่งของที่เรามี ว่าเราจะเก็บอะไรไว้ในห้องนี้บ้าง และของแต่ล่ะสิ่งมีขนาดเท่าไหร่ และควรมีพื้นที่ให้กับสิ่งของนั้นเท่าไหร่ เพื่อที่เราจะได้จัดสรรค์พื้นที่ให้ได้อย่างพอเหมาะพอดี ตามความต้องการ และสะดวกกับการใช้งานที่สุด และเมื่อเรากำหนดออกแบบตกแต่งภายในได้อย่างลงตัวได้แล้ว ก็มาดูสิ่งต้องคำนึงถึง ในขั้นต่อไปของการออกแบบ ห้อง walk-in closet กันเลย

1.ระยะทางเดิน

วิเคราะห์จากพื้นที่ที่เรามี ดูจากขนาดพื้นที่ กำหนดตำแหน่งที่เราจะติดตั้งชั้น หรือตู้ ให้ชัดเจน และต้องไม่ลืมเรื่องของการเว้นระยะทางเดิน เนื่องจากทางเดินภายในห้อง ควรไม่ต่ำกว่า 60 cm และควรคำนึงถึงระยะเปิด-ปิด ของประตูตู้เสื้อผ้า หากพื้นที่ห้องมีขนาดเล็ก เราสามารถเลือกใช้ หน้าบานตู้แบบ บานเลื่อน เพื่อลดระยะการเปิด-ปิด ของประตูได้ ข้อดีของการใช้ ประตูตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อน คือ จะทำให้ คุณมีพื้นที่ในการใช้งาน ที่กว้างมากขึ้น กว่าการใช้ประตูบานเปิด และประหยัดพื้นที่ทางเดิน แต่ก็จะมีข้อเสีย ตรงที่อุปกรณ์รางเลื่อนหากไม่เลือกให้ดี ก็มีโอกาสชำรุดได้ง่าย

ระยะทางเดิน

การจัดวาง lay-out มีหลากหลายแบบ ในพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยม เช่น

  • ลักษณะตัว I
  • ลักษณะตัว L
  • ลักษณะตัว U

2.ระยะห่างของชั้น

การแบ่งระยะชั้น จากการวิเคราะห์ขนาดสิ่งของแล้ว เราจะได้ขนาดที่ชัดเจน ที่เราจะใช้เก็บสิ่งของและอุปกรณ์ จากขนาดของสิ่งของที่เราจะนำมาใส่ เช่น ช่องเก็บกระเป๋า รองเท้า ระยะความสูงของ ชั้น ประมาณ 35-50 cm เป็นต้น อย่าลืมคำนึงถึงกระเป๋าเดินทาง หรือ รองเท้าบูธด้วย

3.ลิ้นชัก

ลิ้นชักจะช่วยให้คุณมีพื้นที่เก็บของ ที่ซ้อนกันหลายๆชั้น ได้อย่างเป็นระเบียบ และ การออกแบบ ให้ลิ้นชัก มีช่องภายในขนาดเล็ก เพื่อใช้สำหรับเก็บนาฬิกา เนคไทน์ หรืออุปกรณ์สำหรับแต่งตัวชิ้นเล็ก จะทำให้ภายในตู้เป็นระเบียบและ มองเห็นสิ่งของที่อยู่ภายใน และสามารถหยิบใช้งานได้ง่าย มากยิ่งขึ้น

4.อุปกรณ์ราวแขวน

นอกจากไม้แขวนเสื้อธรรมดาแล้ว ตอนนี้ในท้องตลาดงานออกแบบ สามารถพบเห็นอุปกรณ์แขวนที่หลากหลาย ที่จะมาช่วยเราจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าของเรา ให้เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บ และใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น เช่น ลิ้นชักที่สามารถเลื่อนออกมาได้ เป็นราวห้อยกางเกง อุปกรณ์แขวนชุดเซ็ท เป็นต้น

5.หน้าบานตู้

หน้าบานตู้

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว เรื่องหน้าบานของตู้เสื้อผ้า คุณสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมตามความต้องการใช้งานได้ มีทั้งแบบบานเปิด และบานเลื่อน แต่ในหัวข้อนี้ เราจะมาพูดถึง วัสดุหน้าบานตู้เสื้อผ้า ปัจจุบันมีวัสดุหลากหลายให้คุณเลือกใช้ ส่วนใหญ่นิยมใช้หน้าบาน แบบโปร่งใส หรือมีความทึบ บ้างเล็กน้อยเพื่อที่เราจะ สามารถมองเห็นเสื้อผ้าหรือ สิ่งของที่แยู่ภายในได้เลย เพราะ พื้นที่walk-in closetเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างส่วนตัว เราสามารถจะไม่ใส่หน้าบ้านตู้ก็ได้หากพื้นที่ของคุณเป็นพื้นที่ปิดแล้ว

วัสดุ ที่นิยมใช้ หน้าบานแบบโปร่งใส เช่น กระจกใส ,กระจกฝ้า ข้อดีคือ คุณจะสามารถ มองเห็นของใช้ หรืออุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ภายในได้ สะดวกต่อการใช้งาน และวัสดุมันวาว หรือความเงา จะช่วยเพื่อความหรูหรา ให้กับตู้เสื้อผ้าของคุณได้ ข้อเสีย คือ จะต้องเก็บเสื้อผ้า ภายในให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ เพื่อความสวยงามในการพบเห็น

หน้าบานแบบทึบ เช่น หน้าบานแบบไม้อัด ปิดผิวลามิเนต หรือพ่นสี ข้อดีคือสามารถออกแบบให้กลมกลืน ไปกับงานออกแบบบภายในพื้นที่ได้ และช่วยปกปิด ความไม่เรียบร้อยภายในตู้เสื้อผ่าได้อย่างดี ข้อเสียคือ คุณต้องใช้ความจำ ในการจัดวางสิ่งของ หรือไม่อย่างนั้น คุณจะต้องเปิดหาของที่คุณต้องการ จากทุกตู้จนทั่ว อาจจะทำเสียเวลามากขึ้นเล็กน้อย

อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยในการประหยัดพื้นที่มากขึ้นคือ ใช้หน้าบานตู้เป็นกระจกเงา เพื่อที่คุณจะได้ประหยัดพื้นที่ในการใช้ติดกระจก เพื่อส่องดูความเรียบร้อย หรือลองชุดต่างๆ เนื่องจากหน้าบานตู้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถใช้พื้นที่ตรงนี้ ติดเป็นกระจกเงาได้เลย

6.ไฟซ่อน (hiden lighting)

จุดประสงค์หลัก ของการติดตั้งไฟ LED ภายในตู้ คือเพื่อจะทำให้คุณมองเห็นเสื้อผ้าในตู้ได้ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะเพิ่มความสวยงามและความน่าสนใจให้ดูเสื้อผ้าของคุณดูดียิ่งขึ้นอีกด้วย

7.ตู้กลาง (closet island)

ตู้กลางแต่งตัว

หากคุณเป็นหนึ่งคน ที่มีเสื้อผ้า หรืออุปกรณ์สำหรับแต่งตัวเยอะมาก และคุณก็มีพื้นที่สำหรับห้อง walk-in closet ที่ใหญ่เพียงพอสำหรับความต้องการแล้ว คุณสามารถออกแบบ ให้มี Island ตรงกลางห้อง เพื่อที่จะมีพื้นที่เก็บ เครื่องประดับและแบ่งเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นได้

8.ม้านั่ง (bench)

ม้านั่ง

ควรเลือก ขนาดที่นั่ง ที่พอดีกับขนาดของห้อง หากห้องมีขนาดเล็กมาก ควรเลือกใช้ Stool หรือ Armchair แทนจะเหลือพื้นที่ทางเดินมากขึ้น ข้อดีของการมีม้านั่งในห้องแต่งตัวคือ คุณสามารถใช้ นั่งสวมถุงเท้า รองเท้า ได้ และมีความสุขกับการเลือกเสื้อผ้าได้นานยิ่งขึ้น

20 ไอเดียการออกแบบตู้เสื้อผ้าที่สวยงามอย่างมีสไตล์

สนใจทำห้อง walk in closet ทางเรายินดีบริการรับออกแบบตกแต่งภายในห้องนี้ให้แก่ท่าน